“อยากมีแบรนด์เสื้อเป็นของตัวเอง แต่มีทุนแค่ 5,000 บาท พอไหม?” คำตอบตรง ๆ คือ พอ ถ้าเลือกถูกวิธี — ด้วยงบ 5,000 บาทคุณจะได้เสื้อแบรนด์พร้อมขาย ราว 16–29 ตัว (เฉลี่ยประมาณ 20 ตัว) โดยใช้เสื้อเปล่าสำเร็จรูปมาสกรีน DTF แล้วติดป้ายแบรนด์ตัวเอง บทความนี้จะกางต้นทุนให้ดูทุกบรรทัด ตั้งแต่เสื้อเปล่า ค่าสกรีน ป้ายแบรนด์ ยันถุงแพ็ก แล้วสรุปด้วยตัวเลขจริงว่าทำไมถึงได้เท่านี้
”ทำแบรนด์” มีอยู่ 2 เส้นทาง และราคาต่างกันลิบ
สิ่งที่ทำให้คนงบบานปลายคือเข้าใจผิดว่า “ทำแบรนด์” = “ตัดเย็บเสื้อขึ้นมาเองทั้งตัว” จริง ๆ แล้วมันแยกเป็น 2 ทาง:
- เอาเสื้อเปล่าสำเร็จรูปมาสกรีน/ปัก แล้วติดป้ายแบรนด์ตัวเอง — ทุนเริ่มต้นประมาณ 5,000 บาทก็เริ่มได้
- ออกแบบทรงเสื้อ ตัดเย็บใหม่ทั้งตัว (cut & sew) — ทุนพุ่งไป 10,000 บาทขึ้นไป เพราะมีค่าทำแพตเทิร์น ค่าตัวอย่าง และต้องสั่งเป็นล็อต
ในเส้นทางที่ 2 ค่าออกแบบลายเริ่มที่ราว 700 บาท ค่าทำโลโก้ราว 1,500 บาท ค่าทำแพตเทิร์น 200–2,000 บาทต่อแบบต่อไซส์ และค่าตัดเสื้อตัวอย่าง 300–1,000 บาท จะเห็นว่าแค่ “เฟสออกแบบ” ก็กิน 1,000–4,000 บาทไปแล้ว ยังไม่ทันได้ผลิตจริง
สรุป: ถ้ามีงบ 5,000 บาท คุณกำลังเล่นเส้นทางที่ 1 — เสื้อเปล่า + สกรีน + ป้าย บทความนี้จะคำนวณบนเส้นทางนี้ ถ้าอยากเห็นภาพรวมการวางระบบแบรนด์ทั้งหมดก่อน อ่าน คู่มือเริ่มต้นสร้างแบรนด์เสื้อผ้า ฉบับสมบูรณ์ ควบคู่ไปด้วยได้
องค์ประกอบต้นทุนต่อเสื้อ 1 ตัว (แบบหมดเปลือก)
ต้นทุนเสื้อแบรนด์ 1 ตัวที่ “พร้อมขาย” ไม่ได้มีแค่ค่าเสื้อ มันประกอบด้วย 4 ก้อนหลัก:
1) เสื้อเปล่า (ก้อนใหญ่สุด)
ราคาเสื้อยืดเปล่า Cotton 100% ขึ้นกับเกรดผ้าและจำนวนที่สั่ง อิงจากเรตราคาตลาดทั่วไป:
| เกรดผ้า (ไซส์ M) | สั่ง 1–24 ตัว | สั่ง 25–99 ตัว | สั่ง 100+ ตัว |
|---|---|---|---|
| Semi Cotton 32 | 95 ฿ | 85 ฿ | 80 ฿ |
| Comb Cotton 32 | 100 ฿ | 100 ฿ | 95 ฿ |
| Gildan Premium | 170 ฿ | 160 ฿ | 145 ฿ |
ร้านขายส่งส่วนใหญ่ราคาใกล้เคียงกัน — เสื้อ Cotton 100% เริ่มต้นราว 85 บาท และผ้าพรีเมียมทอละเอียดเริ่มราว 100 บาท จุดสำคัญที่ต้องรู้คือ ยิ่งสั่งน้อย ราคาต่อตัวยิ่งแพง และด้วยงบ 5,000 บาท คุณจะ “ไม่มีทาง” แตะเรตราคาขายส่ง 100+ ตัวได้เลย อยากเข้าใจว่าผ้าแต่ละเกรดต่างกันยังไงก่อนเลือก อ่าน ผ้าคอตตอนมีกี่เกรด ทำไมเป็นเนื้อผ้าอันดับ 1 ของเสื้อยืด
2) ค่าสกรีน (ตัวแปรที่คนมองข้าม)
นี่คือจุดชี้เป็นชี้ตายของงบน้อย เพราะเทคนิคสกรีนแต่ละแบบเหมาะกับจำนวนคนละขนาด:
- DTF / DTG (พิมพ์ทีละตัว ไม่มีขั้นต่ำ): เหมาะกับงบน้อยที่สุด ค่าพิมพ์ DTF อยู่ที่ราว 90–180 บาทต่อตัว (ยังไม่รวมเสื้อ) ส่วน DTG ราว 200–400 บาท
- ซิลค์สกรีน (Silk Screen): ถูกมากเมื่อทำจำนวนเยอะ — เพียง 8–15 บาทต่อตัว ที่จำนวน 30–500 ตัว แต่มี “ค่าเปิดบล็อกต่อสี” ที่ทำให้ งานจำนวนน้อยแพงเกินคุ้ม ถ้าทำแค่ไม่กี่สิบตัวจึงไม่เหมาะ
ข้อสรุปจากร้านสกรีนตรงกันว่า ถ้าจำนวนน้อยหรือลายมีหลายสี ให้เลี่ยงซิลค์สกรีน แล้วใช้ DTF เพราะไม่ต้องจ่ายค่าบล็อก พิมพ์กี่สีก็ราคาเดียว ทำไม DTF ถึงเหมาะกับการเริ่มต้น อ่านเจาะลึกที่ งานสกรีนดิจิทัล DTF คืออะไร ดีกว่าการสกรีนแบบเดิมอย่างไร
3) ป้ายแบรนด์ + ป้ายคอเสื้อ
ป้ายคือสิ่งที่เปลี่ยน “เสื้อสกรีน” ให้กลายเป็น “แบรนด์” แต่ป้ายทอ (Woven Label) และป้ายแท็กกระดาษ (Hangtag) มักมี ขั้นต่ำการสั่ง 200–1,000 ใบขึ้นไป ซึ่งหมายความว่าถ้าคุณทำเสื้อแค่ 20–30 ตัว แต่ต้องสั่งป้าย 200 ใบ ต้นทุนป้ายต่อตัวจะถูก “เกลี่ย” สูงผิดส่วน — ช่วงเริ่มต้นจึงนิยมใช้ ป้ายพิมพ์ DTF ที่คอเสื้อ หรือสติกเกอร์/แท็กกระดาษพิมพ์เองแทนไปก่อน
4) แพ็กกิ้งและจิปาถะ
ถุง OPP, สติกเกอร์ปิดผนึก, ค่าขนส่ง และของเสีย (เสื้อพิมพ์พลาด) — ก้อนนี้ดูเล็กแต่กินจริงราว 5–20 บาทต่อตัว
คำนวณจริง: 5,000 บาทได้กี่ตัว?
ลองกางใน 3 สถานการณ์ บนสมมติฐานว่าใช้ DTF บนเสื้อเปล่าสำเร็จรูป (เหมาะกับงบน้อยและไม่มีขั้นต่ำ):
| รายการ | แบบประหยัด | แบบมาตรฐาน | แบบพรีเมียม |
|---|---|---|---|
| เสื้อเปล่า | Semi Cotton 75 ฿ | Comb Cotton 100 ฿ | Gildan 160 ฿ |
| สกรีน DTF 1 จุด | 90 ฿ | 120 ฿ | 130 ฿ |
| ป้าย + แพ็ก | 5 ฿ | 10 ฿ | 15 ฿ |
| รวมต่อตัว | ~170 ฿ | ~230 ฿ | ~305 ฿ |
| 5,000 ฿ ได้กี่ตัว | ~29 ตัว | ~21 ตัว | ~16 ตัว |
คำตอบแบบตรงไปตรงมา: งบ 5,000 บาท ทำเสื้อแบรนด์เสร็จพร้อมขายได้ราว 16–29 ตัว หรือพูดให้จำง่ายคือ ประมาณ 20 ตัวบวกลบ ถ้าเลือกผ้าและงานสกรีนระดับกลาง
เทียบให้เห็นภาพ: ถ้าสั่งพิมพ์ DTF แค่ตัวเดียวจริง ๆ ตัวอย่างคือเสื้อ 190 บาท + สกรีนหน้าอก 50 บาท + สกรีนหลัง A3 200 บาท + ค่าส่ง 50 บาท = 490 บาทต่อตัว ยิ่งทำน้อย ต้นทุนต่อตัวยิ่งบาน
ความจริงที่ต้องยอมรับ: 5,000 บาท “ผลิตได้” แต่ “ยังไม่ใช่แบรนด์เต็มตัว”
ตัวเลข ~20 ตัวคือ ต้นทุนการผลิตล้วน ๆ ยังไม่รวมการตลาด ถ้าอยากทำแบรนด์แบบจริงจังที่มีการถ่ายรูป ทำคอนเทนต์ และยิงโฆษณา ลองดูตัวอย่างการผลิตล็อต 300 ตัวแบบตัดเย็บเอง:
- ค่าผลิต (ผ้า + ตัดเย็บ + สกรีน) ราว 56,000 บาท
- ค่าถ่ายรูป + วิดีโอ + โฆษณา 2 เดือนแรก ราว 65,000 บาท
- รวมเงินลงทุนตั้งต้นราว 121,000 บาท และต้องขายให้ได้ราว 550 ตัวจึงจะคืนทุน (ที่ราคาขาย 390 บาท กำไรขั้นต้น 220 บาท/ตัว)
นั่นคือเหตุผลที่งบเปิดแบรนด์แบบ “มีคุณภาพและทำตลาดจริง” มักอยู่ที่ 80,000–150,000 บาท ไม่ใช่ 5,000 บาท — แต่ไม่ได้แปลว่าต้องมีเงินก้อนนั้นถึงจะเริ่มได้
แล้วงบ 5,000 บาทควรทำยังไงให้คุ้มที่สุด?
ไม่ได้แปลว่า 5,000 บาททำไม่ได้ — แต่ต้องวางเกมให้ถูก:
- ใช้ระบบพรีออเดอร์ (Pre-order): เปิดรับสั่งจองและเก็บเงินก่อน แล้วค่อยสั่งผลิตตามจำนวนจริง วิธีนี้ทำให้ 5,000 บาทเป็นแค่ “ทุนหมุน” ไม่ใช่ทุนจม และแทบไม่มีความเสี่ยงสต็อกค้าง
- เริ่มจากลายเดียว สีเดียว: อย่าเพิ่งทำหลายแบบหลายสี โฟกัสลายที่มั่นใจที่สุดก่อนเพื่อคุมต้นทุน
- เลือก DTF ไม่ใช่ซิลค์สกรีน: เพราะไม่มีค่าบล็อกและไม่มีขั้นต่ำ เหมาะกับการทดลองตลาดจำนวนน้อย
- เลื่อนป้ายทอออกไปก่อน: ใช้ป้ายพิมพ์ที่คอเสื้อหรือแท็กกระดาษพิมพ์เอง รอจนยอดขายนิ่งค่อยสั่งป้ายทอล็อตใหญ่ที่ราคาต่อใบถูกลง
- กันงบส่วนหนึ่งไว้ทำคอนเทนต์: อย่าทุ่มงบทั้งหมดไปกับการผลิตอย่างเดียว ควรเกลี่ยไปทั้งค่าสินค้าล็อตแรกและค่าโฆษณา/ถ่ายรูปด้วย
อยากลงมือทำทีละสเต็ปตั้งแต่ตั้งชื่อแบรนด์ยันส่งมอบ ดูต่อที่ เริ่มสร้างแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเอง ฉบับจับมือทำทีละสเต็ป และก่อนกดสั่งผลิตล็อตแรกจริง อย่าลืมเช็ก 5 เช็กลิสต์ต้องรู้ ก่อนสั่งผลิตเสื้อยืดแบรนด์ตัวเองล็อตแรก
สรุป
งบ 5,000 บาท ทำเสื้อแบรนด์ตัวเองได้จริง โดยใช้เสื้อเปล่าสำเร็จรูป + สกรีน DTF จะได้เสื้อพร้อมขาย ราว 16–29 ตัว (ประมาณ 20 ตัวสำหรับงานเกรดกลาง) แต่ต้องเข้าใจว่านี่คือ “การเริ่มต้นทดลองตลาด” ไม่ใช่การเปิดแบรนด์เต็มสูบ ถ้าอยากให้แบรนด์โตจริงและมีกำไร ต้องเผื่องบการตลาดและวางแผนจุดคุ้มทุนตั้งแต่วันแรก — เคล็ดลับคือ เริ่มเล็ก ขายให้ออก แล้วค่อยขยาย ด้วยกำไรที่ได้ ไม่ใช่ทุ่มทุนก้อนใหญ่ตั้งแต่ยังไม่รู้ว่าตลาดจะรับหรือเปล่า
อยากเริ่มทำเสื้อแบรนด์ตัวเองล็อตแรกแบบคุมงบให้อยู่ ทีมงาน Thana Plus 153 ช่วยดูได้ตั้งแต่เลือกเสื้อเปล่า เลือกงานสกรีน ไปจนถึงส่งมอบงาน ทักมาปรึกษาได้เลย




