เสื้อแท้ ธน พลัส 153 เสื้อแท้
รับผลิตเสื้อ

ค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาท กระทบต้นทุนผลิตเสื้อแค่ไหน ปี 2026

Written By

ทีมงาน Thana Plus 153

เหรียญและธนบัตรวางคู่เสื้อยืดและเครื่องคิดเลข สื่อต้นทุนค่าแรง 400 บาท

ค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาท ที่ทยอยบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2568 ส่งผลต่อต้นทุนผลิตเสื้อยืดจริง แต่ไม่ได้ทำให้ราคาต่อตัวพุ่งอย่างที่หลายคนกลัว เพราะในงานผลิตจำนวนมาก ค่าแรงเป็นเพียงส่วนหนึ่งของต้นทุนที่มีเนื้อผ้าและงานพิมพ์เป็นก้อนใหญ่กว่า บทความนี้สรุปให้ชัดว่าตอนนี้ค่าแรง 400 บาทบังคับใช้ที่ไหน เป้าหมาย 600 บาทปี 2570 คืออะไร และเจ้าของแบรนด์กับโรงงานควรวางแผนต้นทุนอย่างไรให้ยังแข่งขันได้

ตอนนี้ค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาทบังคับใช้ที่ไหนบ้าง

ตามประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง (ฉบับที่ 14) ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาและมีผลตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2568 อัตราค่าจ้างขั้นต่ำถูกแบ่งเป็น 17 ระดับ ตั้งแต่ 337 ถึง 400 บาทต่อวัน ตามสภาพเศรษฐกิจและค่าครองชีพของแต่ละพื้นที่ ไม่ใช่ 400 บาทเท่ากันทั้งประเทศแบบทุกอาชีพ

อัตรา 400 บาท/วัน ครอบคลุมพื้นที่และกิจการดังนี้

กลุ่มพื้นที่/ประเภทกิจการที่ได้ 400 บาท
พื้นที่กรุงเทพมหานคร, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, ภูเก็ต, อำเภอเกาะสมุย (สุราษฎร์ธานี)
กิจการโรงแรมโรงแรมประเภท 2, 3, 4 ทั่วประเทศ
สถานบริการสถานบริการตามกฎหมายทั่วประเทศ

ส่วนปลายอีกด้านหนึ่งคืออัตราต่ำสุด 337 บาท/วัน ในจังหวัดนราธิวาส ปัตตานี และยะลา จังหวัดอื่น ๆ อยู่ระหว่างสองอัตรานี้ตามระดับที่กำหนด

จุดที่คนสั่งผลิตเสื้อต้องเข้าใจคือ โรงงานตัดเย็บและงานพิมพ์ส่วนใหญ่กระจุกตัวในพื้นที่อุตสาหกรรม เช่น กรุงเทพฯ ปริมณฑล และชายฝั่งตะวันออก (ชลบุรี-ระยอง) ซึ่งอยู่ในโซน 400 บาทพอดี ต้นทุนแรงงานของสายผลิตจริงจึงขยับตามอัตรานี้เป็นหลัก

เป้าหมาย 600 บาทปี 2570 ที่แบรนด์ต้องเผื่อใจ

ค่าแรง 400 บาทไม่ใช่ปลายทาง แต่เป็น “ขั้นแรก” ของนโยบายที่พรรคเพื่อไทยหาเสียงไว้ โดยตั้งเป้าดันค่าแรงขั้นต่ำแตะ 600 บาทต่อวันภายในปี 2570 รัฐบาลเลือกทยอยขึ้นแบบขั้นบันไดแทนที่จะขึ้นทีเดียว เพราะประเมินว่าแรงงาน SME กว่า 3-4 ล้านคนอาจเสี่ยงตกงานหากปรับพรวดเดียว

สำหรับเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า สาระสำคัญคือ แนวโน้มต้นทุนแรงงานเป็นขาขึ้นชัดเจนในระยะ 2-3 ปีข้างหน้า การวางแผนต้นทุนวันนี้จึงควรเผื่อสมมติฐานว่าค่าแรงจะสูงขึ้นอีก ไม่ใช่คงที่ ซึ่งเป็นตรรกะเดียวกับที่เราเคยเขียนไว้เรื่องราคาฝ้ายโลกกับต้นทุนเสื้อยืดปี 2026 — ต้นทุนวัตถุดิบและแรงงานคือสองก้อนที่ผันผวนพร้อมกัน

ค่าแรงกระทบต้นทุนผลิตเสื้อยืดตรงไหน

ต้นทุนเสื้อยืดหนึ่งตัวไม่ได้มาจากค่าแรงล้วน ๆ แต่ประกอบด้วยหลายก้อน โดยคร่าว ๆ ได้แก่

  1. เนื้อผ้า — มักเป็นก้อนใหญ่ที่สุด ผันตามราคาฝ้าย/เส้นใยและเกรดผ้า
  2. ค่าตัดเย็บ (CMT) — ค่าแรงคนเย็บ ตัด แพ็ค ส่วนนี้ผูกกับค่าแรงขั้นต่ำโดยตรง
  3. งานพิมพ์/สกรีน — ค่าบล็อก ค่าหมึก ค่าแรงช่างสกรีน ขึ้นกับเทคนิคและจำนวนสี
  4. ค่าดำเนินการ — ค่าไฟ ค่าขนส่ง ค่าบริหารจัดการ กำไรโรงงาน

ค่าแรงขั้นต่ำจะกระทบ ข้อ 2 และบางส่วนของข้อ 3 เป็นหลัก จุดสำคัญคือ ยิ่งผลิตจำนวนมาก ค่าแรงเฉลี่ยต่อตัวยิ่งถูกลง เพราะคนงานหนึ่งคนทำเสื้อได้หลายสิบตัวต่อวัน ต้นทุนค่าแรงที่เพิ่มขึ้นจึงถูกหารเฉลี่ยไปในหลายตัว ตรงข้ามกับงานที่ใช้แรงงานเข้มข้นต่อชิ้น เช่น งานปักลายละเอียดหรืองานเย็บทรงซับซ้อน ที่ค่าแรงจะสะท้อนในราคาต่อตัวชัดกว่า

ตัวอย่างการคำนวณ (สมมติเพื่อให้เห็นภาพ)

ตัวเลขต่อไปนี้เป็นการคำนวณสมมติเพื่ออธิบายหลักการ ไม่ใช่เรตราคาจริงของโรงงานใดโรงงานหนึ่ง

สมมติค่าแรงขยับจาก 370 เป็น 400 บาท/วัน = เพิ่มขึ้น 30 บาท/คน/วัน ถ้าคนงานสายเย็บ 1 คน ทำงานส่วนของเสื้อได้ราว 60 ตัว/วัน ต้นทุนค่าแรงที่เพิ่ม = 30 ÷ 60 = 0.50 บาท/ตัว โดยประมาณ

จะเห็นว่าในงานผลิตล็อตใหญ่ ผลกระทบต่อราคาต่อตัวมัก “หลักสตางค์ถึงไม่กี่บาท” ไม่ใช่หลักสิบ ปัจจัยที่ขยับราคาต่อตัวแรงกว่ามักเป็น ราคาผ้าและเทคนิคงานพิมพ์ มากกว่าค่าแรงเพียงอย่างเดียว นี่คือเหตุผลที่การเลือกโมเดลผลิตให้เหมาะกับจำนวนจึงสำคัญ — ประเด็นที่เราเจาะไว้ในPrint on Demand vs สั่งผลิตเสื้อจริง แบบไหนคุ้มกว่าปี 2026

แบรนด์และโรงงานปรับตัวอย่างไรให้ต้นทุนยังแข่งได้

เมื่อค่าแรงเป็นขาขึ้น การบ่นว่าแพงไม่ช่วยอะไร สิ่งที่ทำได้จริงคือปรับวิธีผลิตและตั้งราคาให้สอดคล้อง

  • รวมยอดสั่งเป็นล็อตใหญ่ขึ้น — ลดจำนวนครั้งที่ต้องเซ็ตเครื่อง/ตั้งบล็อก และเฉลี่ยค่าแรงต่อตัวให้ต่ำลง หากทุนยังน้อย ลองเริ่มจากจำนวนที่คุ้ม MOQ ตามเช็กลิสต์ก่อนสั่งผลิตเสื้อยืดล็อตแรก
  • เลือกเทคนิคพิมพ์ให้เหมาะกับจำนวน — งานจำนวนไม่มากแต่หลายสี งานพิมพ์ดิจิทัลอย่าง DTF ช่วยลดค่าแรงตั้งบล็อกและเซ็ตสีเทียบกับสกรีนแบบเดิม
  • ออกแบบให้ผลิตง่าย — ลายและทรงที่ไม่ซับซ้อนเกินจำเป็น ลดชั่วโมงแรงงานต่อชิ้น โดยไม่ลดคุณค่าที่ลูกค้าจับต้องได้
  • ขายที่คุณค่า ไม่ใช่ตัดราคา — เมื่อต้นทุนพื้นฐานทั้งอุตสาหกรรมขยับพร้อมกัน การแข่งกดราคาจะเจ็บตัวก่อน การสร้างแบรนด์และคุณภาพให้ตั้งราคาได้สมเหตุผลคือทางรอด เช่นเดียวกับที่เราวิเคราะห์ไว้ในบทความแข่งกับ Shein-Temu อย่างไร แบรนด์เสื้อไทยอยู่รอดปี 2026
  • ล็อกราคากับโรงงานล่วงหน้า — คุยแผนการผลิตทั้งปีเพื่อล็อกเรตก่อนค่าแรงรอบใหม่ ช่วยให้คำนวณกำไรได้แม่นขึ้น

ข้อดีที่มักถูกลืม: ค่าแรงที่สูงขึ้นทำให้ “ผลิตในไทย” ยังคุมคุณภาพและสื่อสารได้ง่ายกว่าการไล่ตามของถูกจากต่างประเทศ ถ้าแบรนด์วางจุดขายที่คุณภาพและความเร็วในการส่งมอบ ต้นทุนแรงงานที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจะกลายเป็นการลงทุนที่คุ้ม

สรุป

ค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาทที่บังคับใช้แล้วในโซนผลิตหลัก และเป้าหมาย 600 บาทภายในปี 2570 ทำให้ต้นทุนแรงงานเป็นขาขึ้นแน่นอน แต่ในงานผลิตจำนวนมาก ผลต่อราคาเสื้อต่อตัวมักอยู่ในหลักสตางค์ถึงไม่กี่บาท เพราะถูกเฉลี่ยไปในหลายตัว ปัจจัยที่ควรจับตาควบคู่กันคือราคาผ้าและเทคนิคงานพิมพ์ ทางออกของแบรนด์คือรวมล็อตให้ใหญ่ขึ้น เลือกเทคนิคให้เหมาะกับจำนวน ออกแบบให้ผลิตง่าย และขายที่คุณค่าแทนการตัดราคา

อยากรู้ว่างบและจำนวนที่คุณมี ควรผลิตเทคนิคไหนให้ต้นทุนต่อตัวคุ้มที่สุดในภาวะค่าแรงขาขึ้น? ปรึกษาทีมงาน Thana Plus 153 เราช่วยประเมินต้นทุนและวางแผนการผลิตให้แบรนด์ของคุณได้

แหล่งอ้างอิง

คำถามที่พบบ่อย

ตอนนี้ค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาทบังคับใช้ทั่วประเทศแล้วหรือยัง?

ยังไม่ทั่วประเทศแบบทุกอาชีพ ตามประกาศคณะกรรมการค่าจ้างฉบับที่ 14 ที่มีผล 1 กรกฎาคม 2568 อัตรา 400 บาทบังคับใช้เฉพาะกรุงเทพฯ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง ภูเก็ต และอำเภอเกาะสมุย รวมถึงกิจการโรงแรมประเภท 2-3-4 และสถานบริการทั่วประเทศ ส่วนจังหวัดอื่นยังใช้อัตรา 337-399 บาทตามพื้นที่

ค่าแรง 400 บาททำให้ราคาเสื้อต่อตัวแพงขึ้นมากไหม?

ในงานผลิตเสื้อจำนวนมาก ค่าแรงเป็นเพียงส่วนหนึ่งของต้นทุน โดยเนื้อผ้าและงานพิมพ์มักมีสัดส่วนสูงกว่า การขึ้นค่าแรงจึงกระทบราคาต่อตัวไม่มากเท่าราคาผ้า แต่จะเห็นผลชัดในงานที่ใช้แรงงานเยอะ เช่น งานปักหรืองานเย็บที่ซับซ้อน

เป้าหมายค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาทจะมาถึงเมื่อไหร่?

รัฐบาลพรรคเพื่อไทยตั้งเป้าปรับค่าแรงขั้นต่ำแตะ 600 บาทต่อวันภายในปี 2570 โดยทยอยขึ้นเป็นขั้นบันไดเริ่มจาก 400 บาท เพื่อไม่ให้กระทบ SME รุนแรงเกินไป ยังไม่มีประกาศราชกิจจาฯ ยืนยันตัวเลข 600 บาทในขณะนี้

ควรสั่งผลิตเสื้อตอนนี้หรือรอ ต้นทุนจะขึ้นอีกไหม?

แนวโน้มค่าแรงเป็นขาขึ้นตามนโยบายขั้นบันไดสู่ 600 บาท การล็อกราคากับโรงงานและวางแผนสั่งผลิตล่วงหน้าเป็นล็อตจึงช่วยคุมต้นทุนได้ดีกว่ารอ ยิ่งสั่งจำนวนมากต่อครั้ง ต้นทุนค่าแรงเฉลี่ยต่อตัวยิ่งลดลง

สนใจผลิตเสื้อกับ เสื้อแท้? เริ่มจากบริการที่ตรงกับงานของคุณได้เลย

ปรึกษาฟรีและขอใบเสนอราคาทาง LINE @thanaplus